ข้อปฏิบัติในระหว่างการ ดัดฟัน

ข้อปฏิบัติในระหว่างการ ดัดฟัน หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียวและกรอบทั้งหลาย เช่น การเคี้ยวก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม ท้อฟฟี่ และหมากฝรั่ง เพราะจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้

1. การรับประทานผัก ผลไม้ ควรตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กพอคำ และเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง ควรเลือกรับประทานของอ่อน ๆ

2. ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บฟันและอาจมีแผลเกิดขึ้นในช่องปาก ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงในสัปดาห์ที่ 2 การลดการระคายเคืองโดยนำขี้ผึ้งที่

3.ได้รับจากทันตแพทย์ทาปิดทับบริเวณที่ แหลมคมและการดื่มน้ำให้มาก จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น

4. ถ้ามีลวดเส้นเล็ก ๆ งอมาแทงริมฝีปากหรือแก้ม ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลบปลายดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป

5. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อลดการเกิดฟันผุในระหว่างการจัดฟัน

6. ในระหว่างการจัดฟันควรพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน ทำความสะอาดฟันและตรวจฟันผุทุก ๆ 6 เดือน

รวบรวมคำถามยอดฮิต

ถาม โดยทั่วไป คนไข้ควรจะรับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันเมื่ออายุเท่าไร
ตอบ การที่จะเริ่มให้การบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันเมื่ออายุเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับ

หากมีความผิดปกติของ ความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบน-ล่าง ก็ควรจะเริ่มการบำบัดรักษา ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามต่อไป
หากมีความผิดปกติในการเรียงตัวของฟัน เฉพาะตำแหน่ง ซึ่งถ้าทิ้งไว้ จะทำให้มีผลต่อพัฒนาการ ของกระดูกขากรรไกร และฟันข้างเคียง และการแก้ไขความผิดปกติดังกล่าวสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก ก็ควรจะเริ่มการบำบัดรักษา ตั้งแต่เมื่อเริ่มพบเห็น ความผิดปกติ

หากคนไข้มีอุปนิสัย (Oral habit) ที่ผิดปกติบางประการที่มีผลต่อพัฒนาการของกระดูกและฟัน เช่น การกลืนที่ผิดปกติ การกัดริมฝีปากและเล็บ การดูดนิ้ว การหายใจทางปาก ก็ควรจะเริ่มให้การบำบัดรักษาอุปนิสัยที่ผิดปกติดังกล่าว ตั้งแต่ในระยะแรกที่ตรวจพบ

ถาม ในกรณีที่ทันตแพทย์จัดฟันเห็นว่าคนไข้มีความจำเป็นต้องรับการบำบัดรักษา
ตั้งแต่ในวัยเด็กแต่คนไข้ละเลย และมาขอรับการบำบัดรักษาตอนโตจะเกิดผลเสียใด ๆ หรือไม่

ตอบ ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายประการ ดังนี้

ความผิดปกติมีความรุนแรงมากขึ้น จนทำให้เกิดความยากลำบากในการบำบัดรักษา หรือในบางรายมีความจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดขากรรไกรเข้าร่วมกับการบำบัดรักษา ทางทันตกรรมจัดฟัน

ผลของการบำบัดรักษาอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับการบำบัดรักษาที่เริ่มต้นเมื่อวัยเด็ก
การบำบัดรักษาช่วงที่เด็กเข้าสู่วัยรุ่น อาจจะใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า

ถาม คนไข้ที่มาขอรับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อการจัดฟันหรือไม่
ตอบ การบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันจำเป็นต้องถอนฟันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตรวจพิเคราะห์ของทันตแพทย์จัดฟัน แต่โดยทั่วไปคนไข้ที่มีฟันซ้อนเกมากหรือฟันยื่นมากมักจะมีแนวโน้มที่จะต้อง ถอนฟัน

การจัดฟันคืออะไร เพื่ออะไร
การจัดฟัน (Orthodontics) เป็นสาขาหนึ่งในทางทันตกรรม ที่ให้การวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาความผิดปกติ ของการเรียงฟัน และการสบฟัน รวมทั้งปัญหาความผิดปกติของขนาดและความสัมพันธ์ของขากรรไกรต่อใบหน้า

การจัดฟัน เป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น เพื่อการบดเคี้ยวอาหารที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจากความลำบากในการทำความสะอาดฟันและเหงือก ในบริเวณที่ฟันเรียงตัวผิดปกติ หลีกเลี่ยงการเกิดการสึกของฟันที่ผิดปกติจาการเรียงฟันหรือสบฟันที่ไม่เหมาะ สม นอกจากนี้ยังอาจช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพจากการที่มีฟันเรียงกันสวยงาม

ทันตแพทย์จัดฟันคือใคร
ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาทางด้านทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontist) คือทันตแพทย์ที่ได้รับการศึกษาต่อเฉพาะทางจัดฟัน จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่มีหลักสูตรอย่างน้อย 2 ปี และได้รับการรับรองจาก ก.พ.

เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาความผิดปกติในการสบฟัน ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาทางด้านทันตกรรมจัดฟันที่เป็นสมาชิกของสมาคม ทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย

มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังนี้ รายชื่อสมาชิกของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันบน web มีเพื่อให้ผู้ป่วยตรวจดูด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามทางสมาคมไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาล หรือรายชื่อทันตแพทย์จัดฟันในแต่ละแหล่งที่จะให้ได้ การเลือกสถานพยาบาลจึงขอให้ผู้ป่วยพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ ประกอบกัน เช่นค่าใช้จ่าย ความสะดวกในการเดินทาง และทันตแพทย์ผู้ให้การรักษา เป็นต้น โดยทั่วไปสถานพยาบาลของรัฐจะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคลินิกเอกชนแต่อาจจะไม่ สะดวกในการเดินทางและเวลาที่ต้องรอคอยบริการ คณะทันตแพทย์ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รับให้การรักษาโดยคำนึงถึงหลักวิชาการเป็นสำคัญและมีค่าใช้จ่ายไม่มาก เป็นต้น

ทันตแพทย์ทั่วไปต่อการจัดฟันมีอย่างไร
ทันตแพทย์ทั่วไปดูแลทันตสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยโดยการตรวจเช็คฟัน และขูดหินปูนเป็นระยะ

หาก ตรวจความผิดปกติในการสบฟัน ทันตแพทย์จะส่งผู้ป่วยมารับคำปรึกษาและการรักษาจากทันตแพทย์ผู้ให้การรักษา ทางด้านทันตกรรมจัดฟัน อย่างไรก็ตามหากทันตแพทย์ทั่วไปจะให้การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันแก่ผู้ป่วย ก็สามารถทำได้ตามกฎหมาย หากแต่ต้องพิจารณาในการรักษาเฉพาะในกรณีที่เหมาะสมที่ทันตแพทย์ผู้นั้นมี ความรู้ความสามารถที่จะทำได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยเป็นสำคัญ

การสบฟันผิดปกติเกิดจากสาเหตุอะไร
มีสาเหตุหลัก 2 ประการคือ กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม

สาเหตุทางกรรมพันธุ์ เกิดจาการถ่ายทอดลักษณะของฟัน, จำนวนซี่ฟัน, และขนาดและตำแหน่งของขากรรไกร

จากพ่อแม่มายังลูก ได้แก่ ฟันหาย ฟันเกิน ความไม่สัมพันธ์กันระหว่างขนาดฟันและขนาดของขากรรไกร เช่น ฟันที่มีขนาดใหญ่ในขากรรไกรที่เล็ก จะทำให้เกิดความซ้อนเกของฟัน หรือในทางกลับกัน ฟันที่เล็กแต่มีขากรรไกรใหญ่จะเกิดช่องห่างระหว่างฟันได้ นอกจากนี้ความผิดปกติของการสบฟันที่เกิดจาก ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่นปากแหว่งเพดานโหว่ มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่นกัน

สาเหตุทางสิ่งแวดล้อม เช่น การมีนิสัยผิดปกติ เช่น ดูดนิ้ว, หายใจทางปาก, การดุนฟันจากลิ้น, การสูญเสียฟันและไม่ได้ทดแทนทำให้ฟันข้างเคียงล้ม หรือ การเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า ก็สามารถทำให้เกิดความผิดปกติของการสบฟันได้

ลักษณะของการสบฟันผิดปกติเป็นอย่างไร
ลักษณะที่พบได้บ่อย ๆ ได้แก่ ฟันซ้อนเก, ฟันยื่น, ฟันห่าง, ฟันสบลึก, ฟันสบเปิด, ฟันล่างคร่อมฟันบน

อายุเท่าไรควรเริ่มจัดฟัน
การจัดฟันนั้นสามารถทำได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจการสบฟันจากทันตแพทย์ทั่วไปหรือทันตแพทย์ประจำ และได้รับการส่งต่อมายังทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาทางด้านทันตกรรมจัดฟันทันที ที่สังเกตุพบปัญหาการสบฟัน การจัดฟันส่วนใหญ่มักเริ่มทำในเด็กมีฟันแท้ขึ้นเกือบครบ คืออายุประมาณ 11-13 ปี อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาการสบฟันบางอย่างสามารถทำในช่วงฟันผสม เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาหรือเพื่อป้องกันการไม่ให้เกิดการพัฒนาไปเป็นความ ผิดปกติที่มีความรุนแรงขึ้น เช่นการจัดฟันหน้าบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระแทกต่อ ฟันในกรณีที่ฟันหน้าบนยื่นมาก ๆ การจัดฟันในชุดฟันผสมมักเป็นการรักษาระยะสั้น และเป็นการจัดฟันบางส่วนเท่านั้น เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะฟันแท้ ส่วนใหญ่จะจำเป็นต้องได้รับการจัดฟันทั้งปากต่อไป

Comments have been closed/disabled for this content.